Saturday, 14 March 2026 | 9 : 34 am
Saturday, 14 March 2026
9 : 34 am

ถกแผนรับมือแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

“รองนายกฯ โสภณ” นั่งหัวโต๊ะ ถกแผนรับมือแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 มอบหมาย 7 หน่วยงานบูรณาการคุมเข้มไฟป่า-หมอกควัน ย้ำผู้ว่าฯ กทม.-ทุกจังหวัด กำกับดูแลห้ามเผาซากการเกษตรอย่างเข้มงวดทุกพื้นที่

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569 โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสมภพ สมิตะสิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วย ผู้บริหารหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมประชุม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังผ่านระบบประชุมทางไกล (VCS)

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การป้องกันและลดผลกระทบเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพทั่วประเทศ โดยวันนี้รัฐบาลได้นำประเด็นปัญหา PM 2.5 มาหารือในลักษณะของมาตรการระยะสั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการในทันที ทั้งนี้ หากไม่มีแผนระยะยาว ปัญหาดังกล่าวก็จะเกิดซ้ำในทุกปี ดังนั้น รัฐบาลต้องการเห็นผลสำเร็จจากมาตรการเร่งด่วนในระยะสั้น ควบคู่กับการวางแผนระยะยาวโดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำแผนแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างยั่งยืน เพื่อลดความจำเป็นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเช่นที่ผ่านมา

“จากการประชุมในวันนี้ สามารถสรุปปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ได้ 3 ประการ ประการที่ 1 พื้นที่ป่าไม้ ซึ่งนอกจากการป้องกันไฟป่าแล้ว การเพิ่มพื้นที่ป่าเป็นสิ่งจำเป็น ต้องร่วมกันฟื้นฟูและปลูกป่าเพื่อลดฝุ่นและมลพิษ อีกทั้งต้องเข้มงวดในการควบคุมไม่ให้เกิดการเผาป่า โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย รวมถึงฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ประการที่ 2 ภาคการเกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของฝุ่นละออง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จำเป็นต้องจัดทำมาตรการสร้างแรงจูงใจให้เกษตรกรหลีกเลี่ยงการเผาเศษซากการเกษตร ทั้งใบอ้อยและฟางหลังการเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตรต้องส่งเสริมการไถกลบให้สอดคล้องกับฤดูกาล และพิจารณาใช้งบประมาณร่วม เช่น รัฐสนับสนุนครึ่งหนึ่ง เกษตรกรร่วมจ่ายครึ่งหนึ่ง

นอกจากนี้ โครงการส่งเสริมการอัดฟางของ กทม. ยังสามารถต่อยอดไปสู่การใช้ฟางเพาะเห็ดฟาง หรือใช้เป็นวัสดุปรับปรุงดินแทนปุ๋ย ซึ่งเป็นแนวทางแปรรูปที่ช่วยลดการเผาได้อย่างมีประสิทธิผล และประการที่ 3 การควบคุมยานพาหนะและแหล่งกำเนิดมลพิษจากอุตสาหกรรม ต้องควบคุมรถยนต์เก่า รถควันดำอย่างจริงจัง กระทรวงคมนาคมต้องตรวจสอบใบอนุญาตและมาตรฐานการใช้รถอย่างเคร่งครัด ขณะที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องกำกับดูแลการปล่อยก๊าซจากโรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดถือเป็นกำลังสำคัญ หากทุกจังหวัดดำเนินมาตรการอย่างจริงจังและสั่งการต่อถึงนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ก็จะช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีนัยสำคัญ” นายโสภณ ซารัมย์ กล่าว

นายโสภณ ซารัมย์ มอบแนวทางเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569 โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 7 หน่วยงาน ดำเนินการดังนี้ 1) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เฝ้าระวังและควบคุมการเผาพื้นที่ป่าอย่างเข้มงวด และบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 2) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับควบคุมให้เป็นไปตามแนวทางการ ไม่เผา พื้นที่ทางการเกษตร พร้อมส่งเสริมการนำวัสดุทางการเกษตรมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าแทนการเผา 3) กระทรวงคมนาคม บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบและตรวจจับยานพาหนะอย่างเคร่งครัด 4) กระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด 5) กระทรวงสาธารณสุข รณรงค์และให้คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนและการดูแลสุขภาพ การจัดเตรียมห้องปลอดฝุ่น และจัดพื้นที่ปลอดภัย “Safety Zone” เพื่อรองรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเปราะบาง 6) กรมประชาสัมพันธ์ สื่อสารสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์ มาตรการ ข้อกฎหมาย และบทลงโทษ รวมทั้งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของหน่วยงานรัฐในทุกมิติ และ 7) กระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงผู้ว่ากรุงเทพมหานคร บูรณาการการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาร่วมกับส่วนราชการทุกระดับในพื้นที่ทุกมิติ

การประชุมในวันนี้เป็นการติดตามสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) รวมถึงมาตรการของหน่วยงานต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในปี 2569 โดยมุ่งลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ ทั้งการควบคุมการเผาในพื้นที่การเกษตร การจัดการไฟในพื้นที่ป่า การควบคุมฝุ่นในเขตเมือง และการจัดการหมอกควันข้ามแดน ตลอดจนการติดตามความพร้อมในการรับมือ PM2.5 ในพื้นที่ทุกจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร

Lastest