Saturday, 14 March 2026 | 12 : 23 am
Saturday, 14 March 2026
12 : 23 am

รวบขบวนการระดมเงินบุญ “ลงทุน 1 พัน แลก 1 ล้าน” พบเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านบาท

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบขบวนการระดมเงินบุญ “ลงทุน 1 พัน แลก 1 ล้าน” พบเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านบาท

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.3 บก.ป., บก.ทล. และ บก.รน. ดำเนินการ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาเครือข่าย “เงินบุญ” จำนวน 11 ราย ได้แก่ นางกาญจนาฯ, นางสาวพรพรรณฯ, นางสาวจิรวดีฯ, นางสาวศุภากรฯ, นางธัญมนฯ, นายณัฐศักดิ์ฯ, นางปราณีฯ, นางลำไยฯ, นางวรวิทย์ฯ, นางจิราพรฯ และ นายปฐวีฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 503-513/2569 ลงวันที่ 27 ม.ค.69 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน” โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าจับกุมได้จากการปูพรมตรวจค้นเป้าหมายรวม 11 จุด ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม, จ.สิงห์บุรี, จ.ปทุมธานี, จ.นนทบุรี และ จ.สุราษฎร์ธานี

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและข้าราชการเกษียณ ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในโครงการ “เงินบุญ” โดยใช้อุบายล่อใจว่า “ลงทุน 1,000 บาท แลกเงิน 1,000,000 บาท” และมีการแอบอ้างโครงการหลวงหรือโครงการของรัฐบาลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยกลุ่มคนร้ายจะตั้งกลุ่มไลน์ชื่อ “ลงทุนเงินบุญ” เพื่อชักชวนและกดดันให้สมาชิกโอนเงิน อ้างว่าเป็นค่าดำเนินการ ค่าติดต่อศาลโลก หรือกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำเงินจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศเข้ามาในไทย หากสมาชิกไม่โอนเงินรักษาสถานะจะถูกตัดสิทธิ์ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวนมาก แต่สุดท้ายไม่มีการจ่ายผลตอบแทนจริง เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินพบเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 600 ล้านบาท และกลุ่มผู้ต้องหามีการนำเงินไปฟอกด้วยการซื้อทรัพย์สินมีค่าและใช้ชีวิตหรูหรา เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางรวม 206 รายการ มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท อาทิ รถยนต์ 4 คัน, รถจักรยานยนต์ 1 คัน, โฉนดที่ดิน 22 ฉบับ, อาวุธปืน 3 กระบอก, ทองคำรูปพรรณ, โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์ และสมุดบัญชีธนาคาร 110 เล่ม ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพ บางส่วนยังให้การปฏิเสธ

Lastest