ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “ปิดเกมโอมิ” ทลายเครือข่ายแม่–พ่อเลี้ยง พาลูกสาววัย 14 ลวงหนุ่มใหญ่กรรโชกทรัพย์ผู้เสียหายหลายราย สูญเงินกว่า 8 ล้าน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ร่วมกันจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายกรรโชกทรัพย์ จำนวน 3 ราย ได้แก่ 1. นางสาวชมพูนุชฯ อายุ 36 ปี 2. นายบุญฤทธิ์ฯ อายุ 57 ปี และ 3. นายกันณะเร็ชณ์ฯ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 110-112/2569 ลงวันที่ 12 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “เป็นอั้งยี่ โดยเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย, ร่วมกันกรรโชก โดยข่มขืนใจผู้อื่น ให้ ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูก ขู่เข็ญ จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น และร่วมกันฟอกเงิน” โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดและเข้าตรวจค้นเป้าหมายได้ในพื้นที่ ต.ดอนแสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี และพื้นที่ ต.บางมัญ, ต.บางพุทรา อ.เมืองสิงห์บุรี จ.สิงห์บุรี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวน 4 ราย ว่าถูกกลุ่มมิจฉาชีพขบวนการนี้หลอกลวงและกรรโชกทรัพย์ โดยมีพฤติการณ์คือ นางสาวชมพูนุชฯ (แม่แท้ๆ) ร่วมมือกับบุตรสาว (นางสาวเอ นามสมมติ อายุ 14 ปี) ใช้แอปพลิเคชันหาคู่ “โอมิ” (OMI) และสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก สร้างโปรไฟล์และเข้ามาตีสนิทกับเหยื่อที่เป็นชายหนุ่มฐานะดีในเชิงชู้สาว เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและนัดหมายมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก นางสาวชมพูนุชฯ จะโทรศัพท์ไปหาเหยื่อทันที โดยอ้างว่าบุตรสาวอายุต่ำกว่า 18 ปี พร้อมข่มขู่เรียกเงินค่าเสียหายเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี โดยเรียกรับเงินสูงถึง 2–4 ล้านบาทต่อราย
นอกจากนี้ขบวนการดังกล่าวยังมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างตัวละครเพิ่มแรงกดดันต่อเหยื่อ โดยมี นายกันณะเร็ชณ์ฯ อ้างตัวเป็น “ผู้กำกับการตำรวจ” แห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา โทรศัพท์ไปข่มขู่สร้างความหวาดกลัว และให้นายบุญฤทธิ์ฯ (พ่อเลี้ยง) สวมรอยเป็นบิดาแท้ๆ เข้ามาเจรจาบีบบังคับเหยื่อ จนผู้เสียหายยอมจ่ายเงินรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้นำเงินที่ได้ไปฟอกเงินด้วยการซื้อทรัพย์สินต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับและเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นจับกุม พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ได้แก่ สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม, โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ (มูลค่าประเมินกว่า 8 ล้านบาท), สร้อยคอทองคำและพระเครื่อง (มูลค่า 1 ล้านบาท), พระเครื่องพร้อมกรอบ 40 รายการ (มูลค่า 1 ล้านบาท), โทรศัพท์มือถือ และอาวุธปืนลูกซอง Remington Model 1100 รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดกว่า 10 ล้านบาท เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
