การการขนส่งทางบก เสนอแก้กฎกระทรวงการใช้เงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ขยายความช่วยเหลือเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ศึกษาพิจารณา เรื่องการใช้กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) เพื่อเพิ่มวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์กับประชาชนและสังคมมากขึ้น และเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากกรอบวัตถุประสงค์เดิมใช้มา ถึง 20 ปีแล้ว ขณะที่ในแต่ละปีจะมีแผนการใช้ หากใช้เงินไม่หมดก็ต้องส่งคืนคลัง บางปีเหลือถึง 1,200 ล้านบาท ซึ่งเห็นว่า หากสามารถขยายนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชนได้เพิ่มขึ้นจะเกิดประโยชน์มากกว่า
โดย กรมขนส่งฯ ได้ดำเนินการศึกษาพิจารณาขยายวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไข“กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่กรรมการการบริหารกองทุนและการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พ.ศ. 2567” ซึ่งคณะกรรมการกปถ. ได้มีการประชุมพิจารณา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนประมวลผลเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมและเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
สำหรับรายได้ของกองทุน กปถ.มาจากการประมูลเลขทะเบียนสวย แต่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินจากกองทุนฯ ค่อนข้างจำกัด เช่น กรณีจัดหาขาเทียม หรือรถวีลแชร์ ก็ให้ได้เฉพาะผู้พิการที่ได้รับอุบัติเหตุทางถนน ไม่สามารถนำไปช่วยเหลือผู้พิการจากสาเหตุอื่นได้ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนก็ใช้ไม่ได้ จึงมีแนวคิดว่า ควรนำไปใช้เพิ่มเติมกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง เช่น ความปลอดภัยของเด็กนักเรียน โดยช่วยจัดซื้อรถนักเรียนที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพให้โรงเรียนในแต่ละจังหวัด เป็นต้น
จึงให้กรมขนส่งฯไปพิจารณาเพื่อปลดล็อกให้นำเงินไปใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น ก่อนหน้านี้ คาดว่าจะสามารถเร่งรัดให้เสนอครม. ก่อนยุบสภา แต่ไม่ทัน จึงต้องรอรัฐบาลใหม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเชื่อว่าจะได้รับการสานต่อ

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งฯ ได้ดำเนินการปรับปรุง “กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการดำรงตำแหน่งและการปฏิบัติหน้าที่กรรมการการบริหารกองทุนและการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน พ.ศ. 2567” หมวด 3 การใช้จ่ายเงินกองทุน ข้อ 16 เพื่อให้มีความคล่องตัวและครอบคลุมมิติความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน
สาเหตุของการปรับปรุงครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถิติอุบัติเหตุที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากรถจักรยานยนต์ที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 80% เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะในบางพื้นที่ขาดแคลนหรือไม่มีคุณภาพ ทำให้ประชาชนต้องหันไปใช้รถส่วนตัว อีกทั้งปัญหารถรับ-ส่งนักเรียนที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมีรถที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องเพียง 5,500 คัน จากจำนวนโรงเรียนกว่า 52,000 แห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้สถิติอุบัติเหตุในการเดินทางของนักเรียนเพิ่มสูงขึ้นทุกปี
สาระสำคัญของการแก้ไขร่างกฎกระทรวงฯ (ข้อ 16) มีรายละเอียด ดังนี้
1.ขยายขอบเขตการสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ จากเดิมที่เน้นการสนับสนุนโครงการลดอุบัติเหตุทั่วไป ปรับให้สามารถใช้เงินกองทุนฯ เพื่อ “พัฒนาระบบการขนส่งทางถนนด้วยรถให้มีความปลอดภัย” ได้โดยตรง เช่น การยกระดับมาตรฐาน รถโดยสารประจำทาง และ รถรับ-ส่งนักเรียน เพื่อแก้ปัญหาผู้ประกอบการขาดทุนจนต้องเลิกกิจการหรือใช้รถสภาพเก่า ซึ่งจะช่วยสร้างระบบขนส่งมวลชนที่ปลอดภัยและจูงใจให้ประชาชนลดการใช้รถส่วนตัว
2. ขยายความคุ้มครองผู้ประสบภัย จากเดิมที่กองทุนฯ ช่วยเหลือเฉพาะค่าอุปกรณ์สำหรับผู้พิการหลังการรักษา ปรับเพิ่มให้ครอบคลุมถึง “การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนจากรถโดยสารสาธารณะ” ในส่วนที่เกินวงเงินคุ้มครองตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 เพื่อให้ผู้ประสบเหตุได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. สร้างบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เพิ่มวัตถุประสงค์ให้สามารถใช้เงินกองทุนฯ เป็น “ทุนสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา” แก่บุคลากรของหน่วยงานรัฐ ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในการพัฒนางานด้านความปลอดภัยของประเทศให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล
