Saturday, 14 March 2026 | 3 : 38 am
Saturday, 14 March 2026
3 : 38 am

อีอีซี ถก UTA ลดเป้าผู้โดยสาร “3ล้านคน/ปี” ไม่จบ-ที่มาตัวเลขไม่ชัด,ยันไม่แก้สัญญา 50ปี คง60ล้านคน/ปี

อีอีซี ขีดเส้น UTA ส่งแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน หลังขอลดเป้าผู้โดยสารจาก 12 เหลือ 3 ล้านคนต่อปี ภายในเดือน ธ.ค.68 ชี้อาคารผู้โดยสารต้องสร้างตามแบบอาจทยอยเปิดใช้ที่ละเซกชั่นตามปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ส่วนยอดรวมจนถึงปี50 ให้คง 60ล้านคนต่อปี

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยถึงคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Airport City) จังหวัดระยอง มูลค่า 290,000 ล้านบาท ว่า จากการเจรจากับ บริษัท อู่ตะเภาอินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น ประกอบด้วย บมจ.การบินกรุงเทพ หรือ บางกอกแอร์เวย์ส (BA) , บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ( BTS) และบมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC ) ในการปรับแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย โดย UTA ขอลดขนาดการพัฒนาขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารในระยะแรกแรก จากเดิมรองรับที่ 12 ล้านคนต่อปี เป็นเริ่มต้นที่ 3 ล้านคนต่อปี โดยระบุภายใต้เงื่อนไขในช่วงแรก ยังไม่มีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งมีเหตุผลยอมรับได้

ทั้งนี้การเจรจาเป็นเรื่องสมมุติฐานที่ใช้ในการประมาณการณ์จำนวนผู้โดยสาร ซึ่งอีอีซี ให้ UTA ไปทำข้อมูลอ้างอิงที่มาของตัวเลขจำนวนผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปีเพิ่มเติม รวมถึงให้ประมาณการณ์ตัวเลขการเติบโตของผู้โดยสารไปจนถึง 50 ปีด้วย ตามที่ UTA ได้ขอลดจำนวนผู้โดยสารลงจาก 60 ล้านคนต่อปี โดย UTA ประมาณการณ์อ้างอิงว่า สนามบินสุวรรณภูมิจะมีการพัฒนาศักยภาพและมีจำนวนผู้โดยสารสูงสุดถึง 150 ล้านคนต่อปี และสนามบินดอนเมืองมีจำนวนผู้โดยสารสูงถึง 80  ล้านคนต่อปี ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นไปไม่ได้  โดยอีอีซี มองว่า ตัวเลขอ้างอิงนั้นอาจจะสูงเกินไป เพราะการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมินอกจากศักยภาพอาคารผู้โดยสาร รันเวย์แล้ว ยังมีเรื่องโครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ เส้นทางเข้าออกที่ยังเป็นข้อจำกัด

“อีอีซีต้องการผลักดันให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ ภายใต้ยังไม่มีโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในช่วงแรก จึงมีเหตุผลยอมรับได้ว่า จำนวนผู้โดยสารในช่วงแรกลดลง จากประมาณการณ์เดิม ที่ 12 ล้านคนต่อปี ขณะที่อาคารผู้โดยสารควรเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 เพื่อสามารถเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารได้ สอดคล้องกับการเปิดใช้รันเวย์ที่ 2  สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 และจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี “

นายจุฬา กล่าวว่า การเจรจาเรื่องการปรับแผนพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จะให้ได้ข้อยุติภายในเดือนธ.ค.2568  เพื่อนำไปพิจารณาต่อ  คาดว่าเฟสแรกไม่น่ามีปัญหาเรื่องการออกแบบก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร อาจจะทำที่  6 ล้านคนหรือ 12 ล้านคนต่อปี แต่สามารถแบ่งการเปิดเป็นเซกชั่นได้ เช่น เปิดที่ 3 ล้านคนต่อปีก่อน เมื่อมีผู้โดยสารในระดับ 80% ของขีดความสามารถก็เปิดในเฟสต่อไปเพราะเมื่อโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินออก NTP เริ่มงานได้ ตัวเลขประมาณการณ์ผู้โดยสารและการพัฒนาสนามบินต้องเปลี่ยนไปตามสมมุติฐานที่มีรถไฟความเร็วสูงด้วย แต่ตอนนี้ ประเด็นสำคัญคือ UTA ต้องประมาณการณ์จำนวนผู้โดยสาร 50 ปี ว่าตัวเลขจะอยู่ที่เท่าไหร่  

สำหรับการพัฒนาในส่วนของเมืองการบินขณะนี้ ได้ข้อสรุปเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน 14 เรื่องแล้ว รอขั้นตอนการเสนอคณะกรรมการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดกพอ.) เท่านั้น ซึ่งอีอีซี พร้อมออกหนังสือให้เริ่มงาน (NTP: Notice to Proceed) และเป็นการเริ่มนับอายุสัญญา ซึ่งทาง UTA อาจจะต้องประเมินว่าฝั่งอาคารผู้โดยสารจะได้เริ่มก่อสร้างเมื่อใดด้วย เพราะไม่สามารถแยกออก NTP ได้

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายในสัปดาห์นี้  UTA จะส่งแผนการปรับลดขนาดและประมาณการณ์ผู้โดยสารตลอดอายุสัมปทาน 50 ปีใหม่ ให้อีอีซี อย่างไรก็ตาม  จะไม่มีการแก้ไขตัวเลขผู้โดยสาร 60 ล้านคนต่อปี แต่จะรอไปถึงปีที่ 40 ค่อยประเมินผู้โดยสารอีกครั้ง ว่าระยะเวลาที่เหลือก่อนหมดสัมปทานผู้โดยสารจะถึง 60 ล้านคนหรือไม่ หากไม่ถึง ก็อาจจะพิจารณาเรื่องแก้ไขสัญญากันตอนนั้นแทน เพราะในวันนี้ คงไม่สามารถตัดสินใจในเรื่องอีก 40-50 ปีข้างหน้าได้ ดังนั้นต้องยึดตามเงื่อนไขสัญญาที่ 60 ล้านคนต่อปีไปก่อน

Lastest