รอง ผบ.ตร. – ผบช.น.-หน่วยข่าวกรองทางทหารกองทัพบก นำทีมแถลงข่าว “ทลายโกดังซ่อนยานรก”

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. (รับผิดชอบด้านยาเสพติด), พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ, พ.ต.ท.วสุเทพ ใจอินทร์ รอง ผกก.สายตรวจ และ พ.อ.วิรุฬห์ ชัยสุวิรัตน์ หน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้ปฏิบัติการ “ทลายโกดังซ่อนยานรก”

การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลา 19.30 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (ชปส.บก.สปพ.) ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก เข้าตรวจค้นโกดังไม่มีเลขที่ และบริเวณถนนทางเข้าวัดแห่งหนึ่ง ใน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเก็บซุกซ่อนยาเสพติดเพื่อกระจายต่อในพื้นที่ตอนใน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ได้แก่ น.ส.เมรินทร์ อายุ 33 ปี และน.ส.ศิริรัตน์ อายุ 33 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 50 กระสอบ รวมกว่า 10 ล้านเม็ด, รถยนต์ 3 คัน, รถจักรยานยนต์ 1 คัน รวมมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.บก.สปพ. ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทางทหาร กองทัพบก พบว่ากลุ่มเครือข่ายนี้มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาพักเก็บในโกดังย่าน อ.เสนา ก่อนกระจายไปยังพื้นที่ตอนใน โดยใช้รถยนต์เก๋งและรถกระบะในการขนส่งยาเสพติด
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสังเกตการณ์จนพบรถยนต์ต้องสงสัยเข้ามายังโกดังดังกล่าว จึงเข้าทำการตรวจค้น พบผู้ต้องหาทั้งสองรายอยู่ในพื้นที่ พร้อมรถกระบะสีขาว ภายในพบยาบ้ากว่า 8 ล้านเม็ด ส่วนกำลังอีกชุดที่ติดตามรถยนต์สีขาว พบยาบ้าเพิ่มอีก 2 ล้านเม็ด รวมของกลางทั้งหมดกว่า 10 ล้านเม็ด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกับพวกที่หลบหนี จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ซึ่งก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า “การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตาม นโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งมั่นให้ทุกหน่วยงานความมั่นคงร่วมกันเร่งรัดปราบปรามและตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเส้นทางลำเลียงจากชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ซึ่งถือเป็นภัยร้ายแรงต่อความสงบสุขของประชาชน” พร้อมย้ำว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเดินหน้าขยายผลต่อเนื่องไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้บงการรายใหญ่ เพื่อถอนรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติดให้หมดสิ้น ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็น หรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติด การลักลอบขนส่ง หรือการมั่วสุมในพื้นที่ สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือโทรสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
