ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายขบวนการโทรหลอกเหยื่อทั่วประเทศ ใช้ทรูมันนี่หมุนเงินซับซ้อน หลอกโอนหลักพัน–หลักหมื่นมานานกว่า 2 ปี

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) , พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป) , พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีระพงษ์ คงเขียว, พ.ต.ท.ภานุพงศ์ จันตะกุล, พ.ต.ท.จิรยุทธ์ ชัชรินทร์กุล, พ.ต.ท.ธนิสร หุ้ยเวชศาสตร์, พ.ต.ต.สฤษดิ์ ชำนิไกร, พ.ต.ต.ปิยะวัตร ปราบเสร็จ สว.กก.5 บก.ป., พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เปิดปฏิบัติการ “มายาคอล (MAYA CALL)” ขอหมายค้นเข้าจับกุม น.ส.จุฑารัตน์ อายุ 34 ปี น.ส.วิยะวรรณ อายุ 34 ปี น.ส.กมลวรรณ อายุ 19 ปี น.ส.สุทธิดา อายุ 20 ปี นายสุรพงษ์ อายุ 26 ปี นายชุมพล อายุ 48 ปี และนายวิษณุอายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และร่วมกันฟอกเงิน และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของผู้อื่นฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นฯโดยจับกุมได้ที่ ต.หนองหงส์ อ.ทุ่งสง ต่อเนื่อง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช
ด้วยทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ANTI SCAM CENTER) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจพบข้อมูลคนร้ายโทรหลอกลวงผู้เสียหาย โดยพบ น.ส.จุฑารัตน์ฯ เป็นผู้โทรศัพท์หลอกเหยื่อทั่วประเทศด้วยตนเอง โดยค้นหาข้อมูลเหยื่อผ่านเฟซบุ๊ก แล้วโทรไปแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชี บริษัทรับเหมา หรือหน่วยงานราชการ เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินผ่านแอป TrueMoney Wallet ภายใต้ข้ออ้างหลอกลวงว่าเป็น “ขั้นตอนชำระเงินค่าจ้าง” หรือ “กดรับเงินค้างชำระค่าบริการ” มีการวางระบบแบ่งหน้าที่ชัดเจน
โดยพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาจะหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน ยอดหลักพันถึงหลักหมื่นบาทต่อราย และเมื่อผู้เสียหายรายใดเข้าแจ้งความดำเนินคดี ก็จะติดต่อขอเจรจาชดใช้เพื่อยุติเรื่อง แต่หากรายใดไม่แจ้งความก็ถือเป็น “รายได้กินเปล่า” โดยมีพฤติการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง มีผู้เสียหายหลายรายทั่วประเทศ จากการตรวจสอบทางการเงินพบการหมุนเวียนเงินผ่าน TrueMoney Wallet 11 หมายเลข เชื่อมโยงเข้าสู่บัญชีธนาคาร ยอดรวมเงินหมุนเวียนกว่า 300,000 บาท
